โลโก้ของ Coinbase
ลงชื่อเข้าใช้

ภาวะเงินเฟ้อคืออะไร

แผนภูมิ 3 แบบที่มีกราฟเส้นอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น

คำจำกัดความ

ภาวะเงินเฟ้อคือกระบวนการที่สกุลเงินอย่างดอลลาร์หรือยูโรสูญเสียมูลค่าเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้ราคาของสินค้าเพิ่มสูงขึ้น โดยที่บิตคอยน์ (และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ บางประเภท) ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มีอัตราเงินเฟ้อที่คาดการณ์ได้และอยู่ในระดับต่ำ

คุณลักษณะหนึ่งที่ทำให้เงินดิจิทัล โดยเฉพาะบิตคอยน์เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนก็คือแนวคิดที่ว่า เงินดิจิทัลนั้นทนทานต่อภาวะเงินเฟ้อมากกว่าสกุลเงินกระดาษ อย่างเช่น ดอลลาร์สหรัฐ เป็นต้น 

แล้วภาวะเงินเฟ้อคืออะไร ภาวะเงินเฟ้อคือกระบวนการที่สกุลเงินสูญเสียมูลค่าเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มสูงขึ้น และเนื่องจากนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า การเกิดภาวะเงินเฟ้อในระดับหนึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจึงพิมพ์เงินในจำนวนที่มากกว่าความต้องการจริงของผู้บริโภคมาเป็นเวลายาวนานหลายทศวรรษ ซึ่งวิธีนี้คือตัวอย่างหนึ่งของการจัดการกับภาวะเงินเฟ้อ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เครื่องดื่มโค้กมีราคาสูงขึ้น จากราคาเพียง 5 เซ็นต์ในช่วง 50 ปีที่แล้ว ปรับขึ้นเป็น 2-3 ดอลลาร์โดยประมาณในปัจจุบัน 

ในทางกลับกัน บิตคอยน์มักจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นรวดเร็วกว่าเงินดอลลาร์ที่มักจะสูญเสียมูลค่าไป จากที่แทบจะไม่มีมูลค่าเลยในปี 2010 มูลค่าของบิตคอยน์ก็ปรับขึ้นจนอยู่ในระดับที่สูงกว่า 20,000 ดอลลาร์เมื่อช่วงปลายปี 2020 (เนื่องจากเป็นตลาดที่ผันผวน บิตคอยน์จึงมีราคาพุ่งขึ้นและตกต่ำลงอย่างมากด้วยเช่นกัน แต่เส้นแนวโน้มตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นอยู่ในแนวโน้มที่สูงขึ้นไป) บิตคอยน์จึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในการป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อของสกุลเงินกระดาษ 

แนวคิดหลักในการออกแบบบิตคอยน์มาเพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อก็คือ การกำหนดให้อุปทานของบิตคอยน์มีอยู่จำกัดและทราบจำนวนอยู่ก่อนแล้ว และการสร้างบิตคอยน์ใหม่จะลดจำนวนลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปในแบบที่คาดเดาได้ (โดยจะมีบิตคอยน์เพียง 21 ล้านเหรียญเท่านั้น และในทุกๆ 4 ปี จำนวนของบิตคอยน์ที่ขุดได้จะลดลงครึ่งหนึ่ง) 

ภาวะเงินเฟ้อสำคัญต่อเงินดิจิทัลอย่างไร

อัตราเงินเฟ้อสูงของสกุลเงินกระดาษอาจทำให้ผู้คนหันมาลงทุนในเงินดิจิทัลเพิ่มขึ้น เนื่องจากมูลค่าของเงินดอลลาร์หรือยูโรที่ฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารนั้นจะสูญเสียไปอย่างแน่นอนเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นบิตคอยน์และเงินดิจิทัลบางประเภท เช่น อีเธอร์เรียม จึงมีทางเลือกให้แก่นักลงทุนอยู่ด้วยเช่นกัน และแม้ว่าเศรษฐกิจของตลาดบิตคอยน์นั้นจะมีความซับซ้อน แต่ก็มีฟีเจอร์บางอย่างที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งอาจช่วยต้านทานภาวะเงินเฟ้อได้

  • รัฐบาลไม่สามารถจัดการหรือควบคุมบิตคอยน์ได้ ไม่ว่าจะโดยการปรับอัตราดอกเบี้ยหรือพิมพ์เงินเพิ่มเพื่อให้ดำเนินงานได้ตามเป้าหมายด้านนโยบาย 

  • หลักการพื้นฐานของบิตคอยน์คือ ราคาควรจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน ซึ่งคล้ายกันกับหลักการของทองคำและการจัดเก็บมูลค่าที่หายากอื่นๆ (แต่ก็อาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงที่โควิดเริ่มแพร่ระบาดนั้น มูลค่าของบิตคอยน์ลดลงอย่างรวดเร็วพร้อมๆ กับตลาดหุ้น) นอกจากนี้ บิตคอยน์ยังเป็นวิธีที่สะดวกสบายมากกว่าในการจัดเก็บและส่งมูลค่าเมื่อเทียบกับทองคำ เพราะส่งได้อย่างง่ายดายผ่านทางอินเทอร์เน็ต 

  • ความหายากเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้การจัดเก็บมูลค่าไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งบิตคอยน์จะมีไม่เกิน 21 ล้านเหรียญอย่างแน่นอน และในปัจจุบัน มีการขุดบิตคอยน์ได้แล้วประมาณ 19 ล้านเหรียญ โดยในทุกๆ 10 นาที นักขุดจะดำเนินการกับ “บล็อก” ใหม่ และจะมีบิตคอยน์ 6.25 เหรียญเพิ่มเข้าไปในเครือข่าย (ในปี 2024 รางวัลจากการขุดจะลดลงเหลือ 3.125 เหรียญ และจะลดลงอีกครึ่งหนึ่งในทุกๆ 4 ปี จนกว่าบิตคอยน์ทั้งหมดจะถูกขุดออกมา กลไกนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ การลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นกลไกที่ได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของโปรโตคอลบิตคอยน์)  

  • การลดลงของอุปทานใหม่ตามกำหนดเวลาในลักษณะนี้ทำให้บิตคอยน์สามารถคาดเดาได้ในแบบที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งแตกต่างจากทองคำตรงที่ว่า จะไม่มีการ “ค้นพบ” บิตคอยน์ใหม่อีกอย่างแน่นอน 

สกุลเงินดิจิทัลประสบกับภาวะเงินเฟ้อหรือไม่

แน่นอน ในทางเทคนิคแล้ว แม้แต่บิตคอยน์ก็ประสบกับภาวะเงินเฟ้อได้จากการที่ถูกขุดขึ้นมาได้มากขึ้น (เช่นเดียวกับทองคำ) แต่เนื่องจากจำนวนของบิตคอยน์ใหม่จะลดลง 50 เปอร์เซ็นต์โดยอัตโนมัติในทุกๆ 4 ปี ดังนั้นอัตราเงินเฟ้อของบิตคอยน์จึงลดลงด้วย

ส่วนในทางปฏิบัติ อัตราเงินเฟ้อเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ต่อปีของบิตคอยน์ไม่ใช่ปัจจัยหลักสำหรับนักลงทุนที่จะต้องกังวล ตราบใดที่กำลังซื้อของบิตคอยน์ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับสกุลเงินกระดาษที่เรามักจะนำมาใช้เปรียบเทียบกัน  

แต่ก็ไม่ใช่ทุกสกุลเงินดิจิทัลที่ออกแบบมาเหมือนกับบิตคอยน์ ยกตัวอย่างเช่น เหรียญที่มีมูลค่าคงที่ ซึ่งเป็นเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยเหรียญที่มีมูลค่าคงที่ส่วนใหญ่จะถูกตรึงไว้กับมูลค่าของสกุลเงินกระดาษอย่างเงินดอลลาร์ ทำให้เงินดิจิทัลในรูปแบบนี้เป็นช่องทางที่มีประโยชน์และมีความผันผวนต่ำ ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดเงินไปได้บางส่วน แต่เมื่อเหรียญที่มีมูลค่าคงที่ถูกตรึงไว้กับมูลค่าของสกุลเงินกระดาษ การลงทุนของคุณจะได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและอาจสูญเสียมูลค่าไปตามเวลา เนื่องจากสกุลเงินที่สำรองไว้สูญเสียมูลค่าไป (เหรียญที่มีมูลค่าคงที่บางประเภทจะให้รางวัลคล้ายกับบัญชีออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ย ซึ่งอาจทำให้สมการของมูลค่ามีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอัตราดอกเบี้ยที่ไม่ใช่เงินดิจิทัล ซึ่งวนเวียนอยู่ในจำนวนที่ใกล้เคียงกับเลขศูนย์)

ซื้อบิตคอยน์ภายในไม่กี่นาที

เริ่มต้นแค่เพียง $25 และชำระด้วยบัญชีธนาคารหรือบัตรเดบิตของคุณ

ดาวน์โหลดแอป