โลโก้ของ Coinbase
ลงชื่อเข้าใช้

การเข้ารหัสลับคืออะไร

A lock on a grid, surrounded by cubes

คำจำกัดความ

การเข้ารหัสลับ คือ หลักการและวิธีการส่งข้อความแบบเข้ารหัสที่ปลอดภัยระหว่างคนสองคนหรือมากกว่านั้น การเข้ารหัสลับช่วยให้ธุรกรรมสำหรับเงินดิจิทัลไม่ต้องอาศัยการเปิดเผยตัวตน มีความปลอดภัย และ “ไม่ต้องอาศัยความไว้วางใจ” ในการทำธุรกรรม เพราะไม่ต้องดำเนินการผ่านธนาคารหรือตัวกลางใดๆ

คำว่า “crypto” ในบริบทของ “สกุลเงินดิจิทัล” มีความหมายว่า “ลับ” ในภาษากรีก ซึ่งความหมายนี้คือสิ่งที่บ่งบอกให้คุณทราบว่าการเข้ารหัสลับเกี่ยวกับอะไร การเข้ารหัสลับ คือ หลักการและวิธีการส่งข้อความหรือข้อมูลแบบเข้ารหัสที่ปลอดภัยระหว่างคนสองคนหรือมากกว่านั้น โดยที่ผู้ส่งจะทำการ “เข้ารหัส” ข้อความ ซึ่งเนื้อหาในข้อความนั้นจะไม่ปรากฏชัดเจนกับบุคคลที่สาม จากนั้นผู้รับจะ “ถอดรหัส” เพื่อให้ข้อความนั้นปรากฏชัดเจนอีกครั้ง  

เงินดิจิทัลใช้วิธีการเข้ารหัสลับเพื่อให้ธุรกรรมต่างๆ อยู่ในรูปแบบที่ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน มีความปลอดภัย และ “ไม่ต้องอาศัยความไว้วางใจ” หมายความว่าในการทำธุรกรรมกับบุคคลหนึ่งอย่างปลอดภัยนั้น คุณไม่จำเป็นต้องทราบข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับบุคคลนั้นเลย และไม่จำเป็นต้องมีธนาคาร บริษัทบัตรเครดิต หน่วยงานรัฐ หรือบุคคลที่สามใดๆ เข้ามาเป็นตัวกลางในการทำธุรกรรมของคุณด้วย นอกจากจะมีความสำคัญกับเงินดิจิทัลแล้ว การเข้ารหัสลับก็ยังมีความสำคัญกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ด้วยเช่นกัน กล่าวคือ คอมพิวเตอร์ของเราและเครือข่ายที่คอมพิวเตอร์ของเราเชื่อมโยงอยู่นั้นจะเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ในทุกๆ ครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลผ่าน Google หรือแม้กระทั่งส่งอีเมลแต่ละฉบับ

การเข้ารหัสลับสำคัญอย่างไร

เงินดิจิทัลทั้งหมดนั้นมาจากแนวคิดการเข้ารหัสลับ บิตคอยน์ได้รับการคิดค้นบุคคล (หรือกลุ่มคน) ที่ใช้นามแฝงว่า Satoshi Nakamoto ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดแนวคิดนี้โดยบันทึกไว้ในสมุดปกขาว แล้วโพสต์สมุดปกขาวดังกล่าวลงในกระดานข้อความเข้ารหัสลับเมื่อปี 2009 

ปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อนที่สุดที่ Nakamoto หาคำตอบได้นั้นเรียกว่า ปัญหาการใช้จ่ายสองต่อ และเนื่องจากบิตคอยน์เป็นเพียงแค่รหัสเท่านั้น ปัญหาการสร้างหรือการใช้จ่ายเงินแบบซ้ำซ้อนของแต่ละบุคคลจึงเกิดขึ้น แล้วปัญหานี้จะหมดไปได้ด้วยวิธีการใด คำตอบของ Nakamoto ก็คือวิธีการจัดรูปแบบการเข้ารหัสซึ่งรู้จักกันดีอยู่แล้วในชื่อ การเข้ารหัสคีย์สาธารณะและคีย์ส่วนตัว 

การเข้ารหัสคีย์สาธารณะและคีย์ส่วนตัวคือเทคโนโลยีที่บิตคอยน์ (รวมถึงอีเธอร์เรียมและสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ อีกมากมาย) นำมาใช้ ทำให้สกุลเงินดิจิทัลเหล่านั้น “ไม่ต้องอาศัยความไว้วางใจ” ในการใช้งาน ส่งผลให้บุคคลแปลกหน้าทำธุรกรรมร่วมกันได้อย่างปลอดภัยโดยไม่จำเป็นต้องมี “ตัวกลางที่น่าเชื่อถือ” อย่างธนาคารหรือ Paypal

การเข้ารหัสคีย์สาธารณะและคีย์ส่วนตัวทำงานอย่างไร

  • เครือข่ายบิตคอยน์จะออกคีย์ส่วนตัวให้กับผู้ใช้ทุกราย (ซึ่งเป็นรหัสผ่านที่มีความปลอดภัยมาก) และคีย์ส่วนตัวนี้จะทำการสร้างคีย์สาธารณะที่เข้าคู่กันด้วยวิธีการเข้ารหัสลับ คุณจะเปิดเผยคีย์สาธารณะให้คนอื่นๆ ทราบได้ตามต้องการ ซึ่งที่จริงแล้ว คีย์สาธารณะเป็นข้อมูลที่บุคคลที่จะส่งบิตคอยน์ให้คุณจำเป็นต้องทราบ แต่หากจะเข้าถึงเงินที่ได้รับนั้น คุณจะต้องใช้คีย์ส่วนตัว 

  • อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้บิตคอยน์เป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกคือการแก้ไขปัญหาการใช้จ่ายสองต่อ ซึ่งเป็นเครือข่ายแบบเพียร์ทูเพียร์ที่นำเอาวิธีการเข้ารหัสลับมาใช้เพื่อยืนยันความถูกต้องของธุรกรรม

  • คีย์สาธารณะของคุณจะถูกสร้างมาจากคีย์ส่วนตัวของคุณเองผ่านวิธีการที่เรียกว่า “แฮช” ซึ่งเป็นการนำเอาชุดข้อมูลยาวๆ มาประมวลผลผ่านอัลกอริธึม วิธีนี้ทำให้การย้อนกลับกระบวนการดังกล่าวแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นจึงไม่มีใครเดาคีย์ส่วนตัวของคุณจากคีย์สาธารณะได้

  • เนื่องจากคีย์สาธารณะและคีย์ส่วนตัวของคุณมีความเชื่อมโยงกัน ดังนั้นเครือข่ายจะทราบว่าบิตคอยน์ที่คุณครอบครองนั้นเป็นของคุณ และคุณจะเป็นเจ้าของบิตคอยน์เหล่านั้นไปตลอด ตราบใดที่คุณยังมีคีย์ส่วนตัวอยู่ 

  • ผลลัพธ์อย่างหนึ่งจากการที่ไม่มีตัวกลางในการทำธุรกรรมคือ ธุรกรรมของบิตคอยน์จะไม่สามารถย้อนกลับได้ (ทำให้ไม่มีบริษัทบัตรเครดิตโทรมาถามเมื่อคุณดำเนินการผิดพลาด) ซึ่งผลลัพธ์นี้ไม่ใช่ข้อผิดพลาดในการทำงาน แต่เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เป็นธุรกรรมแบบถาวร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโซลูชันที่แก้ไขปัญหาการใช้จ่ายสองต่อได้

  • ส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งของโซลูชันนี้คือบล็อกเชนของบิตคอยน์ ซึ่งเป็นบัญชีแยกประเภทขนาดใหญ่แบบกระจายอำนาจ คุณอาจจะลองนึกภาพเป็นสมุดบัญชีธนาคารก็ได้ โดยบัญชีนี้จะบันทึกรายการธุรกรรมทั้งหมดเอาไว้ อีกทั้งยังได้รับการตรวจสอบและอัปเดตอยู่เป็นประจำจากคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเครือข่าย

ซื้อบิตคอยน์ภายในไม่กี่นาที

เริ่มต้นแค่เพียง $25 และชำระด้วยบัญชีธนาคารหรือบัตรเดบิตของคุณ

ดาวน์โหลดแอป