โลโก้ของ Coinbase
ลงชื่อเข้าใช้

ความเคลื่อนไหวประจำสัปดาห์ของราคาบิตคอยน์: 26 ม.ค.-2 ก.พ.

เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2021

ภาพรวม

ตลาดทุกรูปแบบได้เผชิญกับความผันผวนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่นักลงทุนธุรกิจค้าปลีกได้แห่ซื้อหุ้น “Memestock” หรือหุ้นที่ผันผวนซึ่งได้รับความนิยมมากในหมู่คนรุ่นใหม่อย่างหุ้นของ GameStop และ AMC หลังจากที่แพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์หลายๆ แห่งได้จำกัดในการซื้อขายหุ้นเหล่านั้น รวมถึงหุ้นอื่นๆ บางตัวในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การแลกเปลี่ยนบิตคอยน์จึงเป็นกิจกรรมที่คับคั่งไปด้วยผู้ใช้หน้าใหม่ที่กำลังสนใจลงทุนในแบบกระจายอำนาจแทนการลงทุนแบบเดิมๆ หลังจากที่ Elon Musk ผู้ก่อตั้ง Tesla ได้ติดแฮชแท็ก “#bitcoin” ในช่องประวัติบนทวิตเตอร์ของเขา ราคาของบิตคอยน์ก็พุ่งสูงขึ้นถึงเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ในวันที่ 29 มกราคม ซึ่งในปัจจุบัน Elon เป็นคู่แข่งที่ไล่ตามมาติดๆ ของ Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon ในฐานะบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดย Elon ได้แบ่งปันมุมมองของเขาเกี่ยวกับบิตคอยน์ผ่านแอปพูดคุยทางโซเชียลอย่าง Clubhouse ในช่วงค่ำวันอาทิตย์หลังจากนั้น (ตามเวลามาตรฐานแปซิฟิก) “ณ ตอนนี้ ผมคิดว่าบิตคอยน์เป็นสิ่งที่ดีนะครับ แล้วผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่สนับสนุนบิตคอยน์ด้วย” Elon กล่าว “ตอนนี้บิตคอยน์อยู่ในช่วงที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนที่คลุกคลีกับการเงินและการลงทุนแบบเก่าๆ อย่างกว้างขวางเลยล่ะ”

ประเด็นสำคัญ

Elon ไม่ใช่แค่นักลงทุนชื่อดังเพียงคนเดียวที่แสดงความสนใจต่อบิตคอยน์ แม้แต่ Ray Dalio ผู้บริหารกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ไปจนถึงนักธุรกิจอย่าง Mark Cuban ก็เป็นบุคคลระดับแนวหน้าในวงการที่ช่วยให้บิตคอยน์ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันก็มีรายงานข่าวในช่วงสัปดาห์นี้ว่า รัฐบาลอินเดียวางแผนจะออกข้อกำหนดใหม่สำหรับบิตคอยน์เพื่อบังคับใช้ในประเทศของตนเอง ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก 

  • Ray ผู้ก่อตั้งบริษัท Bridgewater Associates ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่แห่งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้อธิบายเอาไว้ว่า บิตคอยน์เป็น “นวัตกรรมที่เจ๋งมาก” และเขามองว่าสินทรัพย์นี้เป็นกลุ่มของกองทุนแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้นักลงทุนประสบปัญหาจากภาวะเงินเฟ้อของสกุลเงินกระดาษ

  • ขณะที่ Mark กล่าวถึงความสนใจในการจัดเก็บมูลค่าแบบเสมือนจริงที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักลงทุนอายุน้อย โดยโพสต์บนบล็อกของเขาว่า “ผู้คนในยุคใหม่จะเล็งเห็นถึงมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งแต่สินค้าแบบดิจิทัล ทั้งการสร้างหรือคิดค้นสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้อยู่ในรูปแบบออนไลน์ หรือแม้กระทั่งสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ อย่างบิตคอยน์และอีเธอร์ ซึ่งสินทรัพย์ประเภทนี้จะคงอยู่ได้นานกว่าสินทรัพย์แบบจับต้องได้”

  • Bank of Singapore หนึ่งในสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียได้กล่าวไว้ว่า บิตคอยน์น่าจะมาแทนที่ทองคำได้ในแง่การจัดเก็บมูลค่า (ซึ่งในข่าวที่เกี่ยวข้องจากบทความเดียวกันนั้น มีรายงานจากการสำรวจล่าสุดว่า ชาวมิลเลนเนียล 67 เปอร์เซ็นต์เลือกที่จะถือครองบิตคอยน์มากกว่าทองคำ)

  • หลังจากได้สร้างพอร์ตเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าเกินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ไปแล้ว CEO แห่ง OneRiver Asset Management อย่าง Eric Peters ก็ได้ชี้ให้เห็นถึงอุปสงค์ที่เพิ่มมากขึ้นในการนำเอาสินทรัพย์แบบบิตคอยน์มาใช้ในระดับสถาบันการเงิน และเมื่อสถาบันการเงินต่างๆ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น บวกกับราคาที่เพิ่มสูงขึ้น Peters จึงคาดการณ์ไว้ว่าความผันผวนของเงินดิจิทัลน่าจะลดลง เนื่องจาก “ผู้เล่นที่แข็งแกร่ง” ได้เข้ามาลงสนามด้วย

  • ในการประชุมแจ้งผลประกอบการทางไกลรอบล่าสุดนั้น CEO ของ Visa บริษัทบัตรเครดิตรายใหญ่ก็ได้แถลงรายละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์ด้านเงินดิจิทัลไปในช่วงสัปดาห์นี้ โดยเรียกบิตคอยน์ว่าเป็น “ทองคำดิจิทัล” ซึ่งบริษัทก็ได้กล่าวถึงแผนที่จะ “เปิดให้ผู้ใช้ Visa ซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลได้ และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้แลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลเป็นเงินจริงได้ เพื่อการซื้อด้วยเงินจริงโดยใช้เงินดิจิทัลชำระแทน”

  • Cathie Wood เจ้าของตำแหน่ง CEO แห่ง ARK Invest กล่าวว่า ตัวเธอนั้นเชื่อว่าหลายๆ บริษัทที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จะเริ่มหันมาใช้บิตคอยน์เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อของสกุลเงินกระดาษ เหมือนกับที่ Square และ MicroStrategy ทำ “ฉันเชื่อว่าเราจะได้เห็นหลายๆ บริษัทหันมาใช้ทุนป้องกันความเสี่ยงรูปแบบนี้กันมากขึ้นในงบดุลของพวกเขาค่ะ” Cathie กล่าว “โดยเฉพาะบริษัทด้านเทคโนโลยี ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจและคุ้นเคยกับเทคโนโลยีเป็นอย่างดี”

  • หากคุณต้องการทำความเข้าใจในทุกแง่มุมเกี่ยวกับแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เกิดตลาดกระทิงของบิตคอยน์ ลองอ่านรายงานพิเศษฉบับใหม่ของเรา

เรื่องเด่น: ความเคลื่อนไหวของการโฮสต์สมุดปกขาวบิตคอยน์ในระดับสากล

สถาบันการเงินของรัฐบาล องค์กร และหน่วยงานของรัฐที่ได้รับเลือกตั้งนั้น ได้ส่งสัญญาณสนับสนุนหลักพื้นฐานของบิตคอยน์ในการเป็นระบบการเงินแบบกระจายอำนาจที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน โดยสถาบันการเงินเหล่านั้นได้ดำเนินการเพื่อโฮสต์สมุดปกขาวบิตคอยน์ฉบับดั้งเดิมบนเว็บไซต์ของตนเอง ซึ่งสกุลเงินดิจิทัลเริ่มแรกนั้นเผยโฉมสู่สายตาชาวโลกเมื่อปี 2009 หลังจากที่สมุดปกขาวซึ่งมีชื่อว่า “Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System” ถูกโพสต์ไปยังกลุ่มผู้รับข้อความรหัสลับ โดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ใช้นามแฝงว่า Sakoshi Nakamoto 

ปัจจุบัน Coinbase ได้โฮสต์สมุดปกขาวฉบับดั้งเดิมที่เป็นต้นกำเนิดของเงินดิจิทัล ร่วมกับรัฐบาล (ประเทศเอสโตเนียประเทศโคลอมเบียเมืองไมอามี) เจ้าหน้าที่รัฐได้รับตำแหน่งจากการเลือกตั้ง (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร Patrick McHenry และ Tom Emmer) รวมถึงองค์กรต่างๆ (Square, Fidelity รวมถึง Novi จาก Facebook)

ดาวน์โหลดแอป