โลโก้ของ Coinbase
ลงชื่อเข้าใช้

ความเคลื่อนไหวประจำสัปดาห์ของราคาบิตคอยน์: 9-16 ก.พ.

เผยแพร่เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2021

ภาพรวม

แม้ว่าคุณจะเริ่มคุ้นชินกับการได้ยินข่าวใหญ่เกี่ยวกับบิตคอยน์เกือบทุกวันในปีนี้ แต่ข่าวใหญ่ในสัปดาห์ที่แล้วก็เต็มไปด้วยประเด็นที่น่าสนใจมากมาย โดยเช้าวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ราคาบิตคอยน์แตะขึ้นไปถึง $50,000 ได้เป็นครั้งแรกในเวลาสั้นๆ ทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาลในครั้งก่อนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้อย่างราบคาบ หลังจากประกาศของ Tesla (ในเอกสารที่ยื่นให้กับ SEC เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว) เกี่ยวกับการลงทุนในเงินดิจิทัลเป็นจำนวน 1.5 พันล้านดอลลาร์

และหลังจากประกาศของ Tesla ก็มีธนาคารและสถาบันต่างๆ มากมาย ซึ่งรวมถึงหลายๆ บริษัทใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ ออกมาประกาศข่าวการลงทุนในบิตคอยน์ โดย Wall Street Journal ได้รายงานว่า “ธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศอย่าง Bank of New York Mellon Corp. ก็เตรียมเข้ามามีส่วนร่วมในตลาดบิตคอยน์ ซึ่งนี่คือสัญญาณของการเปิดรับสกุลเงินดิจิทัลที่เคยอยู่ในวงแคบให้กว้างขวางมากขึ้น" (โดยธนาคารดังกล่าวมีแผนจะกันวงเงินและโอนเงินดิจิทัลให้กับลูกค้า) ขณะที่ Bloomberg ก็ได้รายงานในทำนองเดียวกันว่า เงินลงทุนส่วนหนึ่งของ Morgan Stanley จำนวน 1.5 แสนล้านดอลลาร์ “อาจนำไปลงทุนในบิตคอยน์” และในปีนี้ ข่าวของบิตคอยน์กลายเป็นประเด็นร้อนที่ขึ้นหน้าหนึ่งของ Financial Times ได้เป็นครั้งที่สอง ด้วยพาดหัวข่าวที่มีข้อความว่า “Is Bitcoin going mainstream?” (บิตคอยน์จะก้าวเข้าสู่ความนิยมในกระแสหลักได้หรือไม่)

ประเด็นสำคัญ

นอกจากการประกาศลงทุนของ Morgan Stanley แล้ว Ruchir Sharma หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนระดับโลกของธนาคารด้านการลงทุนแห่งนี้ยังได้เผยแพร่บล็อกโพสต์ ที่เน้นย้ำให้เห็นถึงความยั่งยืนของบิตคอยน์ที่ยากจะปฏิเสธในการเป็นแหล่งจัดเก็บมูลค่า โดยเขากล่าวว่า “เงินดิจิทัลยังคงยืนหยัดเป็นกลุ่มสินทรัพย์ประเภทหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ” และยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ฐานการเติบโตของบิตคอยน์นั้นมาจากนักลงทุนอายุน้อยและตลาดที่เกิดขึ้นใหม่ “นักลงทุนในแบบดั้งเดิม[บางส่วน]ยังคงมองข้ามความสำคัญของศักยภาพเงินดิจิทัล โดยที่ไม่รู้ว่านั่นจะเป็นผลเสียในอนาคต” 

  • แม้ว่าไม่นานมานี้ มูลค่าของบิตคอยน์จะผันผวนอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ภายในวันเดียว แต่บทความวิเคราะห์ของ Bloomberg ก็ได้ให้ความเห็นไว้ว่า ระดับความผันผวนของบิตคอยน์ถือว่าลดลงไปแล้วเมื่อเทียบช่วงตลาดกระทิงในปี 2017 “แนวโน้มขาขึ้นของบิตคอยน์ในปัจจุบันต่างจากแนวโน้มขาขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน เนื่องจากในปัจจุบัน ความเชื่อที่ว่าบิตคอยน์จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมในหมู่คนทั่วไปนั้นเริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น และบิตคอยน์ก็ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนชื่อดังหลายๆ คน เช่น Paul Tudor Jones และ Stan Druckenmiller”

  • เมืองไมอามี (ที่มีข่าวว่านายกเทศมนตรี Francis Suarez เป็นผู้สนับสนุนเงินดิจิทัลตัวยง) ได้อนุมัติให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะจ่ายค่าแรงและเรียกเก็บภาษีเป็นบิตคอยน์ นอกเหนือจากความเป็นไปได้ในการถือครองบิตคอยน์ในเงินคลังของไมอามี

  • Andrew Yang อดีตผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งขณะนี้กำลังได้คะแนนนำโด่งในโพลสำรวจการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีของนครนิวยอร์ก  ได้นำเอาบิตคอยน์มาเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายที่จะดึงดูดคะแนนจากผู้คนในท้องถิ่น โดยเขาได้ทวีตเอาไว้ว่า “ในฐานะนายกเทศมนตรีของนครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านการเงินของโลก ผมจะทุ่มเทและพัฒนาให้เมืองของเราเป็นศูนย์กลางสำหรับบิตคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ” 

  • จากการสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายการเงินของ Twitter ครั้งล่าสุดทำให้ทราบว่า Twitter กำลังมองหาแนวทางในการจ่ายค่าแรงให้กับพนักงานและบริษัทที่ว่าจ้างเป็นบิตคอยน์ และกำลังพิจารณาเพิ่มเงินดิจิทัลเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่บริษัทถือครอง (CEO และผู้ก่อตั้ง Twitter อย่าง Jack Dorsey ก็เป็นผู้ก่อตั้งและเป็น CEO ของ Square บริษัทผู้ให้บริการชำระเงินด้วย โดยบริษัทนี้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์รายแรกๆ ที่เพิ่มบิตคอยน์เข้าไปในงบการเงิน และได้ลงทุนในบิตคอยน์ไปกว่า 50 ล้านดอลลาร์ในช่วงแรกๆ ของตลาดกระทิงในปัจจุบัน)

  • ผู้สนับสนุนบิตคอย์ในอเมริกาเหนือได้พยายามผลักดันให้หน่วยงานกำกับดูแลอนุมัติการจัดตั้ง “กองทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อการซื้อขายที่สะดวก” (หรือ ETF) สำหรับเงินดิจิทัลมาอย่างยาวนาน ซึ่งกองทุนดังกล่าวจะช่วยเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงบิตคอยน์และเงินดิจิทัลในสกุลอื่นๆ ผ่านทางโบรกเกอร์ในระบบการเงินแบบดั้งเดิมได้ง่าย เหมือนกับการซื้อขายหุ้น โดยในสัปดาห์นี้ หน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ของแคนาดาก็ได้อนุมัติให้มีการจัดตั้งกองทุน Bitcoin ETF กองทุนแรกในประเทศแล้ว และความเคลื่อนไหวนี้ก็ทำให้เกิดความคาดหวังว่าสหรัฐฯ เองจะอนุมัติกองทุนนี้เช่นกัน

  • หลังจากมีข่าวว่า Visa จะเปิดให้บริการเงินดิจิทัลที่มีบิตคอยน์ในแพลตฟอร์มของตนเอง Mastercard เองก็ประกาศว่าจะเปิดให้บริการรองรับ “สินทรัพย์ดิจิทัลที่คัดเลือกมาแล้ว” (โดยรายละเอียดเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลที่รองรับนั้นยังไม่ได้รับการเปิดเผยแน่ชัด)

  • Ark Invest บริษัทด้านการจัดการสินทรัพย์จากนิวยอร์ก ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ได้เพิ่มการลงทุนในกองทุน Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) โดยมีสัดส่วนที่ถือครองในกองทุนอยู่กว่า 2.14 ล้านในสัปดาห์นี้ ทำให้ในปัจจุบัน Ark มีสัดส่วนที่ถือครองในกองทุน Grayscale ซึ่งเน้นลงทุนในเงินดิจิทัลกว่า 7 ล้าน (คิดเป็นมูลค่าราว 357 ล้านดอลลาร์) โดย GBTC เป็นกองทุนที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนไม่จำเป็นต้องซื้อ ขาย และถือครองบิตคอยน์ด้วยตนเอง และนักวิเคราะห์ของ Ark เชื่อว่า แนวโน้มของการนำบิตคอยน์ไปใช้ในระดับหน่วยงานและสถาบันจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ Tesla ได้ซื้อบิตคอยน์ไว้ในครอบครอง

ดาวน์โหลดแอป