โลโก้ของ Coinbase
ลงชื่อเข้าใช้

ความเคลื่อนไหวประจำสัปดาห์ของราคาบิตคอยน์: 22-28 ธ.ค.

หลังจากเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก่อนจะหมดปี บิตคอยน์ก็ทำสถิติใหม่สูงสุดตลอดกาลได้อีกครั้งในสัปดาห์นี้ โดยทำราคาได้ถึง $28,000 เป็นเวลาสั้นๆ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ดูข้อมูลเชิงลึกจากข่าวเกี่ยวกับราคาได้จากรายงานประจำสัปดาห์ฉบับล่าสุดของเรา

เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2020

ภาพรวม

เราสังเกตเห็นว่าบิตคอยน์ทำสถิติใหม่สูงสุดตลอดกาลได้อีกครั้งในสัปดาห์นี้ โดยทำราคาสูงสุดถึง $28,000 ในวันที่ 27 ธันวาคม แม้แต่ในช่วงวันหยุดยาว ก็ยังมีข่าวเกี่ยวกับการใช้บิตคอยน์ของสถาบันและหน่วยงานต่างๆ (ซึ่งเป็นประเด็นหลักตลอดช่วงตลาดกระทิงของบิตคอยน์ในปี 2020) ให้เห็นเรื่อยๆ แล้วเราจะได้เห็นองค์กรต่างๆ หันมาพึ่งบิตคอยน์กันอย่างต่อเนื่องในช่วงปีใหม่นี้หรือไม่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคืออะไร

ประเด็นสำคัญ

ขณะใกล้จะเข้าสู่ปี 2021 องค์กรต่างๆ ถือครองบิตคอยน์มูลค่ากว่า 3 หมื่นดอลลาร์ โดยมีบริษัททั้งหมด 29 แห่งที่ถือครองบิตคอยน์เป็นจำนวน 5.48% จากบิตคอยน์ทั้งหมด ซึ่งผู้ถือครองบิตคอยน์ส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ยังคงเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเงินดิจิทัลเป็นหลัก แต่เราก็สังเกตเห็นว่า กองทุนแบบดั้งเดิมได้เข้ามาลงทุนในตลาดบิตคอยน์ด้วยจำนวนเงินที่มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน 

  • นอกจากนี้เรายังเห็นสังเกตเห็นด้วยว่า บริษัทที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้หันมาซื้อบิตคอยน์กันมากขึ้นในปีนี้ และหนึ่งในนั้นก็คือบริษัทผู้ดำเนินการชำระเงินอย่าง Square ซึ่งได้รับผลตอบแทนเป็นจำนานมากจากการลงทุนเป็นจำนวน 50 ล้านดอลลาร์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม โดย Bitcoin Treasuries ได้ระบุไว้ว่า เงินลงทุนของ Square ตั้งแต่เริ่มแรกนั้นมีมูลค่าในปัจจุบันอยู่ที่ราว 126 ล้านดอลลาร์

  • และอีกบริษัทที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จากฮ่องกงอย่าง Greenpro Capital Group ก็ได้เปิดเผยถึงแผนที่จะลงทุนในกองทุนบิตคอยน์ใหม่ด้วยจำนวนเงินสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์  

  • เรายังสังเกตเห็นอีกด้วยว่า บริษัทเอกชนรายใหญ่ได้ทยอยเข้ามาลงทุนในบิตคอยน์กันอย่างต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์นี้ Skybridge Capital จากนิวยอร์กก็ได้เปิดกองทุนบิตคอยน์โดยมีเงินลงทุนกว่า 25 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าเงินลงทุนในจำนวนดังกล่าวจะคิดเป็นจำนวนเงินเพียง 9.2 พันล้านดอลลาร์จากจำนวนเงินทั้งหมดของ Skybridge แต่ผู้ก่อตั้งของบริษัทดังกล่าวก็ได้เปรียบเทียบบิตคอยน์ว่าเป็น "วิธีการจัดเก็บมูลค่า" ที่ดีกว่าทองคำ (ในปัจจุบันทองคำมีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ 10 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่บิตคอยน์มีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ 4.4 แสนล้านดอลลาร์)

  • จากการสำรวจนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลโดย The Block พบว่า นักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่เชื่อว่าหลายๆ บริษัทในกลุ่ม S&P 500 (กลุ่มหุ้นใหญ่ 500 ตัวของสหรัฐฯ) จะซื้อบิตคอยน์มาครอบครองภายในช่วงปลายปี 2021 ส่วนนักลงทุนอีกราวๆ ครึ่งหนึ่งเชื่อว่า SEC จะอนุมัติให้จัดตั้งกองทุน Bitcoin ETF (หรือกองทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อการซื้อขายที่สะดวก) ซึ่งกองทุน Bitcoin ETF จะมีลักษณะคล้ายกับกองทุน Gold ETF ที่นักลงทุนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ได้แบบเปิดกว้าง (ผ่านการซื้อหุ้นในกองทุน) โดยไม่จำเป็นต้องถือครองด้วยตนเอง 

บิตคอยน์เทียบกับสกุลเงินทั่วโลก

เหตุผลหนึ่งที่นักลงทุนจากสถาบันและหน่วยงานต่างๆ หันมาลงทุนในบิตคอยน์กันอย่างต่อเนื่องในปีนี้เป็นเพราะว่า บิตคอยน์ถูกมองว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากสกุลเงินกระดาษอย่างดอลลาร์ (เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Ruffer Investment Management ได้กล่าวถึงเงินดิจิทัลว่าเป็น "นโยบายการประกันที่มีศักยภาพเพียงพอจะรับมือกับมูลค่าที่ลดลงอย่างต่อเนื่องของสกุลเงินหลักๆ ทั่วโลก” หลังจากลงทุนในบิตคอยน์เป็นจำนวนเงินกว่า 745 ล้านดอลลาร์) 

และอย่างน้อยในปี 2020 ความคิดเห็นดังกล่าวก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องจริง จากที่เราได้เห็นว่าบิตคอยน์ทำสถิติใหม่สูงสุดได้มากกว่าเงินดอลลาร์สหรัฐ จนถึงตอนนี้บิตคอยน์ก็ยังทำสถิติใหม่สูงสุดได้มากกว่าหลายๆ สกุลเงินทั่วโลกด้วยเช่นกัน และหากเราเปรียบเทียบบิตคอยน์กับสกุลเงินกลุ่ม G20 (กลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่จำนวน 20 ประเทศ) ก็จะพบว่า มูลค่าของบิตคอยน์เพิ่มขึ้นสูงกว่ามูลค่าของสกุลเงินเหล่านั้นมาก โดยเพิ่มขึ้นกว่า 245% เมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน และเพิ่มขึ้นกว่า 427% เมื่อเทียบกับสกุลเงินเปโซอาร์เจนตินา (ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐอยู่ในระดับกลางๆ ที่ 277% เมื่อเทียบกับบิตคอยน์ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน)

เรื่องเด่น: การขุดบิตคอยน์ทั่วโลก

หนึ่งในตัวชี้วัดสำหรับบิตคอยน์ที่น่าสนใจคือ พลังแห่งการขุดที่เป็นตัวหนุนการทำงานของเครือข่าย ทั้งนี้เนื่องจากพลังแห่งการขุดที่มากขึ้นจะให้ความปลอดภัยและป้องกันการเซ็นเซอร์ในเครือข่ายได้มากขึ้นตามไปด้วย และเนื่องจากในปีนี้ ราคาของบิตคอยน์ไต่ระดับไปได้สูงขึ้น พลังแห่งการขุดจึงเพิ่มขึ้นไปด้วยเช่นกัน 

  • มีข้อกังวลข้อหนึ่งเกี่ยวกับการขุดบิตคอยน์ในหมู่นักวิจารณ์ นั่นก็คือ จำนวนการขุดนั้นกระจุกอยู่ในประเทศหนึ่งมากเกินไป ซึ่งประเทศนั้นก็คือประเทศจีน ดังนั้น สิ่งที่น่ากังวลก็คือ บิตคอยน์อาจไม่ได้รับการกระจายอำนาจที่เหมาะสมอย่างแท้จริง ในกรณีที่การโฮสต์เครือข่ายกระจุกอยู่ในประเทศเดียวมากเกินไป 

  • ซึ่งเมื่อบิตคอยน์กระจายออกไปในแต่ละภูมิภาคมากขึ้น เครือข่ายของบิตคอยน์ก็จะฟื้นตัวได้ดีและมีการกระจายอำนาจอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้นด้วย หากคุณต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขุดเงินดิจิทัล รวมถึงความสำคัญของการขุดที่มีต่อเครือข่ายแบบกระจายอำนาจของบิตคอยน์ ดูได้จากส่วนอธิบายนี้

บิตคอยน์และ DeFi

จากการที่ราคาของบิตคอยน์พุ่งสูงขึ้นในปีนี้ เราจึงได้เห็นการใช้เงินดิจิทัลที่มากขึ้นในระบบการเงินแบบกระจายอำนาจ (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความ DeFi คืออะไร) หนึ่งในตัวอย่างของความเคลื่อนไหวที่ว่านี้ก็คือ โปรโตคอล Wrapped Bitcoin (wBTC) ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่เปิดโอกาสให้แอปพลิเคชัน DeFi ที่ทำงานบนอีเธอร์เรียมใช้บิตคอยน์ในการปล่อยกู้ กู้ยืม และซื้อขายได้ ซึ่งในช่วงต้นเดือนกันยายน ปี 2020 มูลค่าตามราคาตลาดของ wBTC ยังอยู่ต่ำกว่า 500 ล้านดอลลาร์ แต่ในปัจจุบัน มูลค่าดังกล่าวเพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับที่สูงกว่า 3 พันล้านดอลลาร์แล้ว

ซื้อบิตคอยน์ภายในไม่กี่นาที

เริ่มต้นแค่เพียง $25 และชำระด้วยบัญชีธนาคารหรือบัตรเดบิตของคุณ

ดาวน์โหลดแอป